รับสมัครแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ต้นสังกัด
รับสมัครแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ต้นสังกัด

ประกาศรับสมัครพนักงานสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สำนักวิชาแพทยศาสตร์ จำนวน 30 อัตรา

ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สำนักวิชาแพทยศาสตร์ จำนวน 30 อัตรา ทำหน้าที่สอน วิจัย พัฒนางานด้านวิชาการ และบริการวิชาการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. คุณสมบัติทั่วไป

1.1 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2561

1.2 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่เน้นการวิจัย

1.3 คะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 ระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 3.50 กรณีหลักสูตรพิเศษที่มีปีการศึกษาเทียบเท่าระดับปริญญาโทหรือปริญญาตรีหลักสูตร 6 ปี เช่น หลักสูตรแพทยศาสตร-บัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และเภสัชศาสตรบัณฑิต ไม่ต่ำกว่า 3.25

1.4 มีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ คือ TOEFL (Paper-Based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับจนถึงวันสมัคร ดังนี้

CEFR B2/ WU-TEP 84/ IELTS 6.5/ TOEFL IBT (Internet-Based Test) 80/ TOEFL PBT (Paper-Based Test) 550/ TOEFL ITP (Institutional Testing Program) 550/ TOEIC 686/ TOEFL CBT (Computer-Based Test) 213/ CU-TEP 100

กรณีผู้สมัครที่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL (Paper-Based) ต่ำกว่า 550 คะแนน แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน มหาวิทยาลัยอนุโลมให้เข้ารับการคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้ และเมื่อได้รับการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างโดยมีเงื่อนไข ดังนี้

1) ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

2) ต้องส่งผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ TOEFL (Paper-based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน ภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

สำหรับผู้สมัครที่มีคุณลักษณะต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ

1) ตำแหน่งงานที่มหาวิทยาลัยจ้างงานประเภทลูกจ้างชั่วคราว

2) ชาวต่างชาติเจ้าของภาษาที่ได้รับการคัดเลือกและให้บรรจุเป็นอาจารย์สอนภาษานั้น ๆ

3) อาจารย์กลุ่มภาษาตะวันออก (ยกเว้นภาษาไทย))

4) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ

5) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ

6) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหลักสูตรนานาชาติในประเทศ จะต้องผ่านเกณฑ์ผลการสอบภาษาอังกฤษในการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกหรือสอบเพื่อสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนน TOEFL (Paper-based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า

7) ผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. รศ. และศ.)

1.5 ผู้สมัครที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจะต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี ยกเว้นผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. รศ. ศ.) และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือดำรงตำแหน่งประเภทอื่น ๆ ที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นซึ่งมีระดับเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปจากสถาบันอุดมศึกษาภายในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากหน่วยงานราชการหรือองค์การของรัฐ (กรณีผู้สมัครที่มีอายุเกิน 30 ปี หากหน่วยงานมีเหตุผลและความจำเป็นให้เสนออธิการบดีพิจารณาเป็นกรณีไป)

1.6 กรณีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน World University Ranking แต่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 1.3 ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีที่จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

หมายเหตุ : ผู้สมัครที่ไม่มีผลสอบภาษาอังกฤษหรือมีแต่ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือมีเกรดเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าที่กำหนด หรือผู้มีวุฒิปริญญาโทแต่อายุเกิน 30 ปี สามารถสมัครได้ โดยสำนักวิชาอาจเสนอจ้างเป็นอาจารย์สัญญาจ้าง 1 ปี โดยพิจารณาเป็นรายกรณี ๆ ไป

 

2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

2.1 กรณีสมัครเป็นอาจารย์แพทย์ต้นสังกัดเพื่อเข้าศึกษาฝึกอบรมรมแพทย์ประจำบ้าน

– สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตจากสถาบันที่แพทยสภารับรอง

– มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา

2.2 กรณีสมัครเป็นอาจารย์แพทย์

– สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันที่แพทยสภารับรอง และสำเร็จการศึกษา/ผ่านการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน (แพทย์เฉพาะทาง) ในสาขาดังต่อไปนี้ คือ ศัลยศาสตร์/ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา/ กุมารเวชศาสตร์/ ออร์โธปิดิกส์/ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน/ จิตเวชศาสตร์/ รังสีวิทยา/ วิสัญญีวิทยา/ เวชศาสตร์ครอบครัว/ โสตศอนาสิกวิทยา/ เวชศาสตร์ฟื้นฟู/ พยาธิวิทยา/ นิติเวชศาสตร์/ เวชศาสตร์ป้องกัน

– มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และหนังสือแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาเวชกรรม

 

3. คุณสมบัติอื่น ๆ

3.1 มีความรู้ความสามารถตรงสายงานที่สมัครเป็นอย่างดี และมีความเข้าใจในปรัชญา ปณิธาน และภารกิจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างแท้จริง

3.2 เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานประจำเต็มเวลาได้

3.3 เป็นผู้ใฝ่รู้และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถทุ่มเทและอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย

3.4 เป็นผู้ที่มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานและเงื่อนไขต่างๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

 

4. อัตราเงินเดือน

4.1 วุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 40,000 บาท

4.2 วุฒิปริญญาโทหรือเทียบเท่า อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 28,000 บาท

4.3 ค่าตอบแทนวิชาชีพแพทย์

กลุ่มที่ 1 แพทย์ที่ยังไม่มีวุฒิบัตร (วว.) หรือหนังสืออนุมัติ (อว.)แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (15,000บาท)

กลุ่มที่ 2 แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตร (วว.)หรือหนังสืออนุมัติ (อว.) แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสาขาต่างๆนอกเหนือจากกลุ่มที่ 3 (24,000 บาท)

กลุ่มที่ 3 แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตร (วว.)หรือหนังสืออนุมัติ (อว.) แสดงความรู้ความชำนาฯในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสาขาหนึ่งสาขาใด (29,000 บาท) ดังนี้

1) สาขาพยาธิวิทยาทั่วไป

2) สาขาพยาธิวิทยากายวิภาค

3) สาขาพยาธิวิทยาคลินิก

4) สาขานิติเวชศาสตร์

5) สาขาจิตเวชศาสตร์

6) สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น

7) สาขาประสาทศัลยศาสตร์

8) สาขาศลัยศาสตร์ทรวงอก

9) สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน(แขวงระบาดวิทยา)

10) ระดับอนุสาขาที่แพทย์ได้รับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในปีสุดท้ายหรือได้รับวุฒิบัตร(วว.) หรือหนังสืออนุมัติ (อว.)แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในอนุสาขาของสาขาที่กำหนดเป้นสาขาหลักอยู่แล้ว

11) สาขาวิชาหรืออนุสาขานอกเหนือจาก 1)-10) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลพิจารณาอนุมัติ

ทั้งนี้อัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นๆที่จะได้รับมหาวิทยาลัยจะพิจารณาตามคุณวุฒิการศึกษา ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

 

5. สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล

สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลที่พนักงานมีสิทธิ์ได้รับตามระเบียบประกาศข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในแต่ละกรณีมีดังต่อไปนี้

(1) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(2) ค่ารักษาพยาบาล

(3) การตรวจสุขภาพประจำปี

(4) ประกันภัยอุบัติเหตุ

(5) ค่าเล่าเรียนบุตร

(6) เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรศึกษาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

(7) เครื่องราชอิสริยาภรณ์

(8) รถรับ – ส่ง

(9) ที่พักบุคลากร/เงินช่วยเหลือค่าที่พัก

(10) เครื่องแบบพนักงานและเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบ

(11) เงินยืมเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์

(12) เงินกู้เพื่อการเคหะสงเคราะห์พนักงาน

(13) เงินช่วยเหลือชดใช้ทุนและหรือเบี้ยปรับ

(14) ค่าทำขวัญและค่าทำศพ

(15) เงินชดเชย

(16) ฌาปนกิจสงเคราะห์ (ช.พ.ค. – ช.พ.ส.)

(17) สโมสรวลัยลักษณ์

(18) สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

(19) ศูนย์กีฬาและสุขภาพ

(20) กองทุนเงินทดแทนและประกันสังคม

 

6. เอกสารและหลักฐานการสมัคร

6.1 ใบสมัครที่กรอกข้อความสมบูรณ์แล้ว พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาสีดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป

6.2 สำเนาใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร และสำเนาใบแสดงผลการเรียน (Transcript of records)

ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ

6.3 สำเนาผลทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ

6.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญประจำตัว จำนวน 1 ฉบับ

6.5 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

6.6 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ

6.7 ผู้สมัครที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วจะต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร จำนวน 1 ฉบับ

 

ผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาเอกสารทุกฉบับ หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครแล้วให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการสมัครและไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

 

7. การสมัคร

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย สามารถขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครได้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) ได้ที่

(1) หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร

อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 979/44-46 (ตรงข้าม ททบ.5 สนามเป้า)

ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

โทร. 0-2298-0244-5 โทรสาร 0-2298-0248

(2) ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160

โทร. 0-7567-3745 โทรสาร 0-7567-3708

หรือกรณีที่ผู้สมัครไม่สะดวกที่จะมาขอรับใบสมัครหรือมาสมัครด้วยตนเอง สามารถสมัครทางไปรษณีย์ได้

โดย download ใบสมัครพนักงานสายวิชาการได้ที่

https://hro.wu.ac.th/wp-content/uploads/2019/04/1.Renew-Application-Form-WU.pdf

แล้วส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครไปที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 วงเล็บมุมซองว่าสมัครอาจารย์

 

8. การดำเนินการคัดเลือก

มหาวิทยาลัยจะดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามขั้นตอนดังนี้

8.1 ขั้นตอนที่ 1 พิจารณาประเมินคุณวุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ และสาขาวิชาของผู้สมัครให้ตรงกับลักษณะงานวิชาการของตำแหน่งที่จะบรรจุ

8.2 ขั้นตอนที่ 2

(1) เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว กำหนดให้ผู้สมัครนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ในเวลา 10 นาที เพื่อพิจารณาประเมินความสามารถในการนำเสนอ การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถด้านวิชาการ และศักยภาพในการเป็นนักวิชาการที่ดี ในกรณีที่ผู้สมัครมีประสบการณ์และผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ชัด อาจพิจารณายกเว้นไม่ต้องนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิชาการดังกล่าวได้โดยจะพิจารณาเฉพาะกรณีไป

(2) ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ทัศนคติ ความสนใจทางวิชาการ ความตั้งใจจริง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์ และบุคลิกภาพอื่น ๆ เป็นต้น

 

9. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และการประกาศผลการคัดเลือก

(1) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนและระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควร โดยจะทำการประกาศรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และผลการคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ และประกาศของมหาวิทยาลัย

(2) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่พิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบหรือเชิญผู้สมัครมาสอบคัดเลือกหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม

 

10. เงื่อนไขอื่น ๆ

10.1 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในคราวนั้น

10.2 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี “สำรอง” ไว้ มหาวิทยาลัยจะเรียกตัวต่อเมื่อได้เรียกตัวผู้ผ่านการคัดเลือก “ตัวจริง” แล้วตามลำดับ และหรือมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

10.3 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครได้ตามความเหมาะสม

10.4 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกและตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครอื่น ๆ ในภายหลังตามความเหมาะสมได้

10.5 การปลอมแปลงหลักฐานและเอกสารการสมัครอาจมีความผิดตามกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์

ที่จะไม่พิจารณาให้เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

10.6 ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยจะต้องตรวจสุขภาพร่างกายและตรวจทางจิตวิทยา และจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถาบันการแพทย์ของรัฐหรือที่รัฐรับรอง โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่างเองและส่งใบรับรองแพทย์ตามกำหนดระยะเวลาดังนี้

(1) การตรวจสุขภาพสำหรับโรคที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6 แห่งประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่องโรคที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย การตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยา พ.ศ.2562 ยกเว้นข้อ 6(6) ให้ส่งใบรับรองแพทย์ให้มหาวิทยาลัยภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือที่มหาวิทยาลัยแจ้งให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน

(2) การตรวจประเมินโรคทางจิตเวช ให้ส่งใบรับรองแพทย์ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

 

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.wu.ac.th/th/news/20219?fbclid=IwAR1o9xV60hvx8TVJSW67Azm2c-EKPuGs-f2YDHjKOIiN8HvIiUqBlBI4PIg
https://hro.wu.ac.th