9 กันยายน 2569
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยนักศึกษาจาก สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ร่วมดำเนินโครงการ “คลื่นหัวใจจิตอาสา: เรียนรู้วิทยาศาสตร์สู่การดูแลสุขภาพหัวใจของชุมชน” (Volunteer Heartbeat: Learning Science for Community Heart Health Care) ภายใต้ โครงการยุวชนอาสา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยมีชุมชนบ้านชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ
โครงการเกิดขึ้นจากความตระหนักถึงปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศไทย ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหาร การมีกิจกรรมทางกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทีมโครงการจึงมองว่า การสร้างความรู้และความตระหนักด้านสุขภาพหัวใจไม่จำเป็นต้องเริ่มเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่สามารถวางรากฐานได้ตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจร่างกายของตนเอง ตระหนักถึงพฤติกรรมสุขภาพ และสามารถป้องกันปัจจัยเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้น
จากการสำรวจความต้องการและหารือร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านชะอวด พบว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ใหญ่โดยตรงอาจมีข้อจำกัดทั้งด้านเวลา แรงจูงใจ และทรัพยากร จึงนำไปสู่แนวคิดสำคัญของโครงการ คือการใช้ “เยาวชนเป็นสื่อกลาง” ในการส่งต่อองค์ความรู้และสร้างความตระหนักด้านสุขภาพจากโรงเรียนไปยังผู้ปกครองและสมาชิกในครอบครัว
แนวคิดดังกล่าวเปรียบเสมือนการสร้าง “คลื่น” แห่งการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัย ส่งผ่านนักศึกษาไปยังเยาวชน และขยายต่อไปยังผู้ปกครอง ครอบครัว และชุมชน โดยไม่ได้มุ่งให้กิจกรรมสิ้นสุดลงเพียงการให้ความรู้ในวันใดวันหนึ่ง แต่ต้องการให้ความรู้ถูกนำกลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและเกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องในระดับครัวเรือน
บูรณาการ “การเรียนในรายวิชา” กับการทำงานจริงในชุมชน
หนึ่งในจุดเด่นของโครงการ คือการบูรณาการเข้ากับรายวิชา SCIF-004 นวัตกรรมสำหรับการสอนและการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยมีนักศึกษาจากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จำนวน 10 คน เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การศึกษาปัญหา กำหนดโจทย์ ออกแบบกิจกรรม พัฒนาสื่อและคู่มือ วางแผนการดำเนินงาน ลงพื้นที่ สื่อสารกับเยาวชนและชุมชน ตลอดจนร่วมแก้ไขปัญหาและสะท้อนผลการเรียนรู้
กระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทาง Community Integrated Learning (CIL) ซึ่งมุ่งให้นักศึกษานำองค์ความรู้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชน และเรียนรู้จากโจทย์จริงของพื้นที่ ไม่ใช่เพียงการเป็นผู้รับความรู้ แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบและสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้อื่นด้วย
4 กิจกรรม เชื่อม “วิทยาศาสตร์หัวใจ” สู่ชีวิตประจำวัน
ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 โครงการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจำนวน 4 ครั้ง สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนวัดชะอวด ประมาณ 30 คน โดยออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่ “รู้จักหัวใจ” → “เชื่อมความรู้สู่พฤติกรรม” → “พัฒนาทักษะผ่านประสบการณ์จริง” → “ส่งต่อความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน”
กิจกรรมเริ่มจากการเรียนรู้โครงสร้างและสรีรวิทยาของหัวใจและหลอดเลือด ควบคู่กับการใช้ “ไดอารีสุขภาพ 60 วัน” เพื่อให้นักเรียนสังเกตและบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพ โภชนาการ และพฤติกรรมสุขภาพของตนเองและผู้ปกครอง ก่อนต่อยอดสู่การเรียนรู้เรื่องอาหารและการลงมือทำ “สลัดโรลเพื่อสุขภาพ” เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวัน
นักเรียนยังได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อเรียนรู้ปฏิบัติการด้านสรีรวิทยาของหัวใจและหลอดเลือด ณ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมฝึกทักษะพื้นฐานด้าน การช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary Resuscitation: CPR) โดยได้รับความร่วมมือจากบุคลากรศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมถึงเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ
กิจกรรมครั้งสุดท้ายได้เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้ปกครองร่วมกันนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการไปประยุกต์ใช้ผ่านการประกวดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพในรูปแบบ “เชฟกระทะเหล็ก” โดยผู้ปกครองสามารถอธิบายแนวคิดและคุณค่าทางโภชนาการของเมนูได้ด้วยตนเอง สะท้อนให้เห็นว่าองค์ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวนักเรียน แต่เริ่มถูกส่งต่อและนำไปใช้ร่วมกันภายในครอบครัว
จาก “ผู้เรียน” สู่ “ผู้ให้” ผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา
นอกจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนและชุมชนแล้ว โครงการยังเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนานักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทั้ง 10 คน โดยนักศึกษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงช่วยจัดกิจกรรม แต่มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การคิดริเริ่ม ศึกษาปัญหา ออกแบบและวางแผนกิจกรรม ผลิตสื่อ ลงพื้นที่ดำเนินงาน สื่อสารกับผู้เรียนและชุมชน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปจนถึงการนำเสนอและสะท้อนผลการดำเนินโครงการ
ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาได้บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์เข้ากับสถานการณ์จริง พร้อมพัฒนา Soft Skills ที่สำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และจิตสาธารณะ รวมถึงทักษะการออกแบบและผลิตสื่อ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ และการทำงานร่วมกับบุคคลต่างช่วงวัยและต่างบริบท
ในการติดตามผลการดำเนินงาน คณะกรรมการบริหารโครงการยุวชนอาสาจาก สป.อว. จำนวน 4 คน ได้รับฟังการนำเสนอของนักศึกษา และชื่นชมความเชื่อมโยงของกระบวนการตั้งแต่การกำหนดโจทย์ วัตถุประสงค์ การออกแบบกิจกรรม ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งชื่นชมศักยภาพของนักศึกษาในการสื่อสาร นำเสนอ และตอบข้อซักถาม พร้อมเสนอแนะให้ทีมโครงการพิจารณาต่อยอดผลการดำเนินงานไปสู่การวิจัย การขอรับทุนสนับสนุน และการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
โครงการ “คลื่นหัวใจจิตอาสา” จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบริการวิชาการ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อม มหาวิทยาลัย–นักศึกษา–โรงเรียน–หน่วยบริการสุขภาพ–ครอบครัว–ชุมชน เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสะท้อนการขับเคลื่อน SDG 3: Good Health and Well-being, SDG 4: Quality Education และ SDG 17: Partnerships for the Goals ผ่านการสร้างสุขภาวะ การพัฒนาการเรียนรู้ และความร่วมมือของภาคีในพื้นที่
จากวันที่นักเรียนเริ่มต้นทำความรู้จักหัวใจของตนเอง จนถึงวันที่ความรู้เรื่องโภชนาการเดินทางไปถึงโต๊ะอาหารของครอบครัว “คลื่นหัวใจจิตอาสา” แสดงให้เห็นว่า องค์ความรู้จากห้องเรียนสามารถขยายผลเป็นพลังในการดูแลสุขภาพของครอบครัวและชุมชนได้ เมื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและเยาวชนได้เป็นทั้งผู้เรียน ผู้ลงมือทำ และผู้ส่งต่อความรู้สู่สังคม




