ประกาศรับสมัครพนักงานตำแหน่งนักวิชาการ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย สำนักวิชาแพทยศาสตร์

ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกบรรจุเป็นพนักงานโดยจัดทำสัญญาจ้างทำงาน ตำแหน่งนักวิชาการ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย สำนักวิชาแพทยศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2561

2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

– สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์/วิทยาศาสตร์/วิทยาศาสตร์การกีฬาศิลปศาสตร์/สารสนเทศศาสตร์/หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
– มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.50
– มีผลสอบภาษาอังกฤษซึ่งมีอายุไม่เกิน 2 ปี (นับจนถึงวันสมัคร) TOEIC ไม่ต่ำกว่า 300 คะนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า
– สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายนอกเวลาทำการได้
– มีความสามารถในการติดต่อและการประสานงาน การคิดวิเคราะห์ และการสรุปประเด็น
– มีบุคลิกภาพดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี และมีทัศนคติเชิงบวกกับการเรียนรู้
– มีความรู้ความสามารถในการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ MS Office ได้เป็นอย่างดี
– สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่พร้อมกับนำไปพัฒนางานที่ได้รับมอบหมายให้ได้ประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผลของงานในหน้าที่
– หากมีความรู้และประสบการณ์ด้านการประสานงานการเรียนการสอนหลักสูตรในสถาบันการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา การบริหาร จัดการหลักสูตรและพัฒนาหลักสูตร จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

3. คุณสมบัติอื่น ๆ

3.1 มีความรู้ความสามารถตรงสายงานที่สมัครเป็นอย่างดี และมีความเข้าใจในปรัชญา ปณิธาน และภารกิจของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างแท้จริง
3.2 เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานประจำเต็มเวลา และนอกเวลาทำการตามที่ได้รับมอบหมายได้
3.3 เป็นผู้ใฝ่รู้และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
3.4 เป็นผู้มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

4. ภาระงาน

4.1 ประสานงานกับสถานประกอบการด้านธุรกิจกีฬา สถานประกอบการโรงแรม สโมสรกีฬา สมาคมกีฬา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

4.1.1 งานหลักสูตร
(1) ประสานงานและรวบรวมข้อมูลการจัดทำปฏิทินตารางการศึกษา ตารางสอน และแผนการสอน
(2) ประสานงานกับอาจารย์ประจำหลักสูตรและรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน การประเมินและพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
(3) ประสานงานและช่วยกิจกรรม/โครงการที่พัฒนาส่งเสริมคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน การให้บริการวิชาการ การจัดกิจกรรมภาคสนาม โครงงานวิจัย และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมโดยครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
(4) ประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสหกิจศึกษา
(5) ประสานงานกับอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
(6) ประสานงานและออกแบบประชาสัมพันธ์หลักสูตรในพื้นที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(7) จัดทำรายงานประกันคุณภาพการศึกษาของหลักสูตร
(8) จัดทำรายงานการประชุมของหลักสูตร
(9) ประสานงานธุรการทั่วไปของหลักสูตร ได้แก่ งานการประชุม งานแผนและงบประมาณ งานการเงิน และงานพัสดุ เป็นต้น

4.1.2 งานประเมินผลและงานทะเบียน
(1) ประสานงานการวางแผนตารางสอนและประเมินนักศึกษาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร โดยประสานกับหลักสูตรและฝ่ายวิชาการของสำนักวิชาฯ
(2) ประสานงานกับอาจารย์ผู้สอน/ผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำคะแนน วิเคราะห์และรวบรวมผลคะแนนแต่ละภาคการศึกษา โดยประสานงานและดำเนินการร่วมกับศูนย์บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัย
(3) จัดทำและสรุปผลการประเมินการเรียนการสอนจากนักศึกษาแต่ละภาคการศึกษา
(4) ดำเนินการ ติดตาม และบันทึกข้อมูล มคอ 3, 4, 5, 6 ในระบบบริหารหลักสูตรของหลักสูตร
(5) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

4.1.3 งานพัฒนาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนการสอน
(1) ประสานงาน ดูแลการจัดกิจกรรมภาคสนาม ด้านเตรียมสถานที่ อุปกรณ์และระบบสื่อการสอนให้มีความพร้อม
(2) ประสานงานกับบรรณารักษ์ห้องสมุดเพื่อให้มีตำรา วารสาร และสื่อต่าง ๆ ที่ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง
(3) ประสานงานระบบสืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูลต่าง ๆ

4.1.4 งานกิจกการนักศึกษา
(1) ประสานงานกับหลักสูตร การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา และรวบรวมข้อมูลการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานหลักสูตร ดังนี้
– กิจกรรมปฐมนิเทศและการเตรียมความพร้อมนักศึกษา
– กิจกรรมเสริมหลักสูตร
– กิจกรรมให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่นักศึกษา
(2) ประสานงานกับผู้ปกครองของนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา
(3) ประสานงานสวัสดิการนักศึกษา การรักษาพยาบาล งานทุนการศึกษา ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา งานการเงินนักศึกษา (การจ่ายค่าเทอมของนักศึกษา)

4.1.5 งานพัฒนาอาจารย์
(1) ประสานงาน สนับสนุนและช่วยงานจัดอบรมพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
(2) ประสานงานเรื่องงบประมาณสำหรับการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4.1.6 งานบริหารทั่วไป
(1) ประสานเชิญอาจารย์พิเศษ วิทยากร และที่ปรึกษาทางวิชาการ สำหรับการจัดการเรียนการสอน และการจัดกิจกรรมภาคสนาม
(2) ประสานงาน เตรียมการ และสรุปรายงานการประชุมระหว่างผู้บริหารและ/หรืออาจารย์ประจำหลักสูตร
(3) ประสานงานการจัดซื้อ/จัดจ้างของโครงการต่าง ๆ ภายใต้กิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมจัดอบรม สัมมนา ตามงบประมาณที่ได้รับ

4.2 ประสานงานและรวบรวมข้อมูลด้านการวิจัย บริการวิชาการ เพื่อเป็นข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานของหลักสูตร

4.3 เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการประเมินของหลักสูตร และคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร
โดยช่วยประสานงาน จัดทำแบบประเมิน/แบบสอบถาม เก็บข้อมูล และรวบรวมข้อมูลจากอาจารย์ นักศึกษาปัจจุบันบัณฑิต และผู้ใช้บัณฑิต และช่วยสรุปรายงาน

4.4 มีส่วนร่วมและช่วยงานกิจกรรมและโครงการอื่น ๆ ของหลักสูตร/สำนักวิชาฯ ได้แก่ การประชุมวิชาการของหลักสูตร/สำนักวิชาฯ และการจัดอบรม สัมมนาต่าง ๆ ของหลักสูตร

4.5 งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

5. อัตราเงินเดือน วุฒิปริญญาตรี อัตราเดือนละ 17,400 บาท
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยอาจพิจารณาเพิ่มค่าประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับตำแหน่งงานที่บรรจุโดยผู้สมัครจะต้องยื่นหนังสือรับรองการทำงานประกอบการสมัครงานด้วย

6. เงื่อนไขการจ้าง จัดทำสัญญาจ้างทำงานโดยมีกำหนดระยะเวลาการจ้างดังนี้

– สัญญาแรก 2 ปี โดยต้องผ่านการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลา 6 เดือน และ/หรืออาจมีการ
ขยายเวลาทดลองปฏิบัติงานต่อได้แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี
– สัญญาที่สองมีระยะเวลาจนครบเกษียณอายุ (60 ปี) โดยเรียกว่า “พนักงานสัญญาประจำ”

7. สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
ได้รับสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลตามระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เฉพาะตัวพนักงานไม่รวมคู่สมรสและบุตร

8. เอกสารและหลักฐานการสมัคร

8.1 ใบสมัครพนักงานสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไปตามแบบของมหาวิทยาลัย ขอรับได้ที่ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร อาคารบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เลขที่ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 0-7567-3704 โทรสาร 0-7567-3708 หรือหน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กรุงเทพมหานคร อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 979/44-46 (ตรงข้าม ทท.บ.5 สนามเป้า) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ โทร.0-2298-0244-5 โทรสาร 0-2298-0248 หรือสามารถ Download ใบสมัครได้ที http://hro.wu.ac.th/forms
8.2 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาสีดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 1 ปี จำนวน 2 รูป
8.3 สำนาใบปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ระดับปริญญาตรี อย่างละ 1 ฉบับ
8.4 สำเนาผลการสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ
8.5 หนังสือรับรองการทำงานหรือใบผ่านงาน จำนวน 1 ฉบับ
8.6 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
8.7 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญประจำตัว จำนวน 1 ฉบับ
8.8 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล จำนวน 1 ฉบับ
8.9 ผู้สมัครที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วจะต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร จำนวน 1 ฉบับ

ให้สำเนาเอกสารทุกฉบับถ่ายลงในกระดาษ A4 เท่านั้น และผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาเอกสารทุกฉบับด้วยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรต่อเนื่อง (2 ปี) ให้ยื่นหลักฐานการศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส./เทียบเท่าด้วย
มหาวิทยาลัยจะรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมเอกสารและหลักฐานการสมัครตามข้อ 8 เท่านั้น

มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกและตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครอื่น ๆ ในภายหลังได้ และหากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครแล้วให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการสมัครและไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

9. การสมัคร

9.1 ผู้ประสงค์สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครก่อนยื่นใบสมัคร ในอัตราฉบับละ 200 บาท ได้ที่ส่วนการเงินและบัญชี อาคารบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 1-8 พฤษภาคม 2563 ระหว่างเวลา 09.00–15.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
9.2 ให้ผู้สนใจยื่นใบสมัครและหลักฐานต่าง ๆ ได้ที่ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร อาคารบริหาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 1-8 พฤษภาคม 2563 ระหว่างเวลา 08.30–16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ)

10. การคัดเลือก
มหาวิทยาลัยกำหนดขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกดังนี้

10.1 ขั้นตอนที่ 1 มหาวิทยาลัยจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร ได้แก่ คุณวุฒิและสาขาการศึกษา และหรือประสบการณ์ของผู้สมัครว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศหรือไม่
10.2 ขั้นตอนที่ 2 มหาวิทยาลัยจะเรียกบุคคลที่ผ่านการประเมินตามขั้นตอนที่ 1 มาทำการทดสอบความรู้
ความสามารถและความเหมาะสมในการเข้าสู่ตำแหน่ง ดังนี้

ก. สอบความรู้ความสามารถทั่วไป
(1) วิชาคอมพิวเตอร์ : สอบปฏิบัติคอมพิวเตอร์โปรแกรม MS Office
(2) วิชาภาษาไทย : เขียนสรุปประเด็น สรุปความ และเขียนเรียงความ
เกณฑ์การตัดสินผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไปจะต้องได้คะแนนในแต่ละวิชา
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมทุกวิชาทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
ข. สอบสัมภาษณ์ (ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง)

11. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และการประกาศผลการคัดเลือก

(1) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนและระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นสมควร โดยจะทำการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบกำหนดการสอบ และผลการคัดเลือก ผ่านทางเว็บไซต์และประกาศของมหาวิทยาลัย
(2) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบหรือเชิญผู้สมัครมาสอบคัดเลือกหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม

12. เงื่อนไขอื่น ๆ

12.1 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในคราวนั้น
12.2 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี “สำรอง” ไว้ มหาวิทยาลัยจะเรียกตัวต่อเมื่อได้เรียกตัวผู้ผ่านการคัดเลือก “ตัวจริง” แล้วตามลำดับ และหรือมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
12.3 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครได้ตามความเหมาะสม
12.4 การปลอมแปลงหลักฐานและเอกสารการสมัครอาจมีความผิดตามกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาให้เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน
12.5 ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยจะต้องตรวจสุขภาพร่างกายและตรวจทางจิตวิทยา และจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถาบันการแพทย์ของรัฐหรือที่รัฐรับรองโดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองและส่งใบรับรองแพทย์ตามกำหนดระยะเวลาดังนี้

(1) การตรวจสุขภาพสำหรับโรคที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6 แห่งประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่องโรคที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย การตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยา พ.ศ.2562 ยกเว้นข้อ 6 (6) ให้ส่งใบรับรองแพทย์ให้มหาวิทยาลัยภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือที่มหาวิทยาลัยแจ้งให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน
(2) การตรวจประเมินโรคทางจิตเวช ให้ส่งใบรับรองแพทย์ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
CLICK

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *